คอร์สใหม่ “past l present l future” น่าไปโดนที่ห้องอาหาร Indus

Indus_past_present_future_12_1

มาเปิดประสบการณ์อาหารอินเดียต้นตำรับ คอร์สเมนูใหม่ “past l present l future” ของห้องอาหาร Indus กันค่ะ โดยจัดว่าเป็นหนึ่งในร้านอาหารอินเดียที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ โดยการมาชิมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะ ก็ยังคงประทับใจเช่นเดิม

DSCF6271
Indus Restaurant สุขุมวิท 26

ขอแสดงความยินดีกับร้านมาก ๆ กับการได้รับการการันตีความอร่อยด้วยรางวัล “The Plate” จากมิชลิน ไกด์บุ๊ค กรุงเทพฯ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เป็นหนึ่งในร้านแนะในของหนังสือ Michelin Guide Bangkok 2018 ด้วยค่ะ

Indus
(ซ้ายไปขวา : คุณสิท เจ้าของร้าน, เชฟอามิท และคุณยาชปัล ผู้จัดการร้าน)

และครั้งนี้พวกเราได้รับเชิญจาก Mr. Sid Sehgal (owner) ให้มาชิมอาหารคอร์สเมนูใหม่ Concept “past l present l future” “อดีต | ปัจจุบัน | อนาคต” ที่เปิดตัวแล้วด้วย โดยจะพาไปสัมผัสรสชาติสุดพิเศษผ่านการเดินทางจากรัฐต่าง ๆ เริ่มต้นด้วยรัฐแคชเมียร์ที่สุดทางตอนเหนือของอินเดียผ่าน “ดินแดนแห่งแม่น้ำ 5 สาย” ของปัญจาบ ผ่านชายแดนภาคเหนือไปตามแนวชายฝั่งของรัฐคุชราต ลงที่ชายฝั่งมาลาบาร์ของกัวและสิ้นสุดลงที่ชายฝั่งตะวันออกของแคว้นเบงกอลอินเดีย ผ่านความพิถีพิถันของฝีมือคนใหม่ Chef Amit Kumar ที่มีประสบการณ์ในโรงแรมหรูที่อินเดียมาหลายปีและทีมเชฟ รวมไปถึงคุณสิทเจ้าของร้านที่รังสรรค์คอร์สอาหารสุดอร่อยในครั้งนี้

DSCF6274
เข้าไปท่องเมืองอาหารของอินเดียกันค่ะ

คอร์สเมนูใหม่ จัดมา 10 จาน แต่ละจานเป็นตัวแทนรัฐต่าง ๆ ร้อยเรียงกันออกมา เหมือนเราได้ไปท่องเที่ยวแต่ละรัฐของอินเดียและประเทศเพื่อนบ้านของอินเดีย เป็นการเดินทางชิมที่สนุกทำให้เปิดประสบการณ์การกินที่แปลกใหม่เลยค่ะ เป็นเมนูที่นำมาให้ชิมกันค่ะ

Indus Menu_past_present_future
คอร์สเมนูใหม่ จัดมา 10 จาน “past l present l future” จัดมาให้ลองค่ะ

มาเริ่มกันด้วยอาหารทานเล่นอุ่นเครื่องกันก่อนค่ะ Amuse-Bouche (อมูส บุช) Charcoal Samosa / ซาโมซ่าแป้งถ่านชาร์โคล สอดไส้ฟักทองจากโครงการหลวงนำมาบดหอมเครื่องเทศทานคู่กับซอสมะขาม โดนใจมาก และเสริมด้วย Papadum แป้งข้าวและแป้งถั่วเหลือง บางกรอบ อร่อย กับซอส 4 ชนิด มะม่วง มะขาม มิ้นและหอมแดง เรียกน้ำย่อยก่อนสตาร์ทได้ดีทีเดียวค่ะ
มาพร้อมกับ Rose Sparkling สปาร์คกลิ้งไวน์ ซ่าเบา ๆ ดื่มเรียกความสดชื่นได้ดี

Indus_past_present_future_1
Amuse-Bouche (อมูส บุช)
Indus_past_present_future_2
Papadum
Indus_past_present_future_4
Rose Sparkling

คอร์ส “past l present l future” ของเราวันนี้ จับคู่กับไวน์ค่ะ
ขอเริ่มสตาร์ทเดินทางที่

kaleji pav (peshawar + pindi)
เริ่มด้วย ตับไก่บดปรุงรสกับแป้งขนมปังกรอบ ซอสมัลเบอร์รี่ ตัวแทนจากรัฐเปศวาร์ ตอนเหนือของประเทศอินเดีย ทานง่าย หอมกลิ่นเครื่องเทศ รสชาติอร่อยนัวมาก ยิ่งได้รสเปรี้ยวหวานจากซอสมัลเบอร์รี่แล้วยิ่งอร่อยเข้าไปอีก ชอบมากเลยค่ะ

Indus_past_present_future_5
kaleji pav (peshawar + pindi)
Indus_past_present_future_6
ตับไก่บดปรุงรสกับแป้งขนมปังกรอบ ซอสมัลเบอร์รี่

Agricola Punica Samas, IGT 2017, Italy / ไวน์ขาว
แพริ่งกับไวน์ขาวจากอิตาลี ดื่มค่อนข้างง่ายมาก ๆ

Indus_past_present_future_13
ไวน์ขาว

khumb galouti (lucknow + kashmir)
เห็ดกระดุมย่างเครื่องเทศ เสิร์ฟวางบนแป้งคล้ายโรตีค่ะ จานนี้เป็นตัวแทนจากรัฐลัคเนา+แคชเมียร์ มีสตอรี่ด้วย เดิมเป็นเมนูที่กษัตริย์มีโจทย์เชฟทำ คืออยากกินเนื้อแพะแต่อยากกินแบบง่าย ๆ เชฟคิดค้นมาก็ทำให้กินโดยใช้ไขมันแพะ แต่ร้านอินดัสนำรังสรรค์ใหม่แต่ใช้กรรมวิธีแบบสมัยโบราณโดยการนำเห็ดกระดุมมาสับละเอียด ผสมกับเครื่องเทศแคชเมียร์ ปั้นเป็นก้อนแล้วย่างกับเตาถ่าน เมื่อได้ชิมขอบอกว่ารสชาติอร่อย หอมกลิ่นเครื่องเทศที่พอเหมาะ ทานคู่กับแผ่นโรตีกรอบด้านล่างอร่อยมาก แต่ก็อยากลองที่ทำจากไขมันแพะเหมือนกันนะคะ

Indus_past_present_future_7
khumb galouti (lucknow + kashmir)
Indus_past_present_future_8
เห็ดกระดุมย่างเครื่องเทศ

Tandoori creamy broccoli (punjab+royal projects)
บร็อคโคลี่โครงการหลวงปรุงรสย่างถ่านกับครีมชีสปั่น ตัวแทนจากรัฐปัญจาบ ตอนที่คุณสิทเจ้าของร้านบอกว่าเมนูนี้ปกติวัตถุดิบดั้งเดิมจะใช้กะหล่ำปลี แต่ร้านเลือกใช้บร็อคโคลี่ที่ปลูกจากโครงการหลวงมาทำแทนเพราะขอรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งมากมาย ส่วนรสชาติไม่ธรรมดาเลย จะได้ความมัน ๆ เค็ม ๆ หอม ๆ จากครีมชีสซึ่งเข้ากันกับความหวานกรอบของบร็อคโคลี่

Indus_past_present_future_10
Tandoori creamy broccoli (punjab+royal projects)

Kebab-e-malai (punjab)
อกไก่หมักเครื่องเทศย่างถ่าน หรือ เคบับหิมาลัย เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ตัวแทนจากรัฐปัญจาบ เป็นอีกจานที่เด่นมาก อกไก่ย่างเตาถ่านนุ่มสุด ๆ เพราะหมักด้วยเครื่องเทศและครีมชีส ซอส (สาระแหน่ ผักชี พริก โยเกิร์ต กระเทียมสด โหระพา) ชนิดที่เรียกว่าซึมเข้าถึงเนื้อไก่มาก เสิร์ฟมาคู่กับข้าวเกรียบกรอบที่ทำจากข้าวกล้อง รสชาติดีเลย ทานคู่กันก็กลมกล่อมอร่อยสุด ๆ

Indus_past_present_future_11
Kebab-e-malai (punjab)

Zuani Vigne Collio, DOC 2016 Italy / ไวน์ขาว
คั่นด้วยไวน์ขาวจากอิตาลีอีก 1 ฉลาก ที่เข้มข้นกว่าตัวแรกแต่ยังคงดื่มง่ายเช่นกัน มีความหวานเล็กน้อย

Indus_past_present_future_13
ไวน์ขาว อีกฉลาก

Daal dhokli (gujarat)
เกี๊ยวไส้ผักโขมในซุปถั่วเหลือง ตัวแทนจากรัฐคุชราฎ ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นที่ส่งผ่านต่อกันมาจนถึงปัจจุบันศตวรรษที่ 21 แอบทึ่งเมนูนี้มากค่ะ ตัวเกี๊ยวทำจากแป้งโรตีสุดนุ่มไส้ผักโขมสับปรุงรสนึ่งสุกพอดี ราดด้วยน้ำซุปถั่วเหลืองสไตล์ครีมซุปแบบคนมุสลิม รสชาติหวานมันลงตัว ซดน้ำซุปจนหมดชามเลยค่ะ

Indus_past_present_future_14
Daal dhokli (gujarat)
Indus_past_present_future_15
เกี๊ยวไส้ผักโขมในซุปถั่วเหลือง

Paturi macch (bengal)
งบปลากะพงขาวหมักห่อใบตองนึ่งกับสลัดแตงกวา ตัวแทนจากอ่าวเบงกอล ตัวเนื้อปลาหมักด้วยเมล็ดและใบมัสตาร์ดและมัสตาร์ดสดที่ร้านทำเอง นึ่งเสร็จทำให้เนื้อปลาหอมหวานขึ้นไปอีก เสิร์ฟคู่กับสลัดแตงกวาที่มีน้ำสลัดรสชาติเข้มข้นจากถั่วลิสง ทานแล้วสดชื่น

Indus_past_present_future_16
Paturi macch (bengal)
Indus_past_present_future_17
งบปลากะพงขาวหมักห่อใบตองนึ่งกับสลัดแตงกวา

Proprieta Sperino Uvaggio, 2014, Italy / ไวน์แดง
ไวน์แดงจากอิตาลี ตอนแรกแปลกใจว่าทำไมนำมาแพริ่งกับอาหารทะเล แต่พอจิบแล้วก็รู้เลยว่าได้รสชาติที่ดีได้กับปลา

Indus_past_present_future_18
ไวน์แดง

Kangura kalimirch (maharastra / malabar coast)
หอยเชลล์ย่างซอสมะเขือเทศรสเผ็ด ตัวแทนจากมุมไบ รัฐมหาราษฎระ ซึ่งเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา ที่นี่จะมีหอยเชลล์เยอะมาก แต่ด้วยอิทธิพลของกระแสน้ำทำให้สูญหายไปเยอะมากเช่นกัน ร้านเลยนำหอยเชลล์จากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นมาปรุงแทน หอยเชลล์ตัวหนาใหญ่โดยการโรยเกลือ ตัวซอสมะเขือเทศรสเผ็ด ปรุงจากมะเขือเทศ พริกไทย กระเทียม อบเชย กานพลู โป้ยกั๊ก ฯลฯ รสชาติมีความเปรี้ยวและเผ็ดร้อนด้วยพริกไทยทานด้วยกันกลมกล่อมกำลังดีเลยค่ะ

Indus_past_present_future_20
หอยเชลล์ย่างซอสมะเขือเทศรสเผ็ด

Chicken chettinad + podi sadam (tamil nadu)
ข้าวผัดแกงกะหรี่ไก่เสิร์ฟพร้อมข้าวและถั่วเลนติล ตัวแทนจากรัฐทมิฬนาดู อาหารขึ้นชื่อทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย เนื้อไก่ถูกปรุงด้วยเครื่องเทศเป็นแกงเข้มข้น กลิ่นหอมมาก รสชาติแกงและไก่ก็ดีมาก กินพร้อมกับข้าวเมล็ดเรียวยาวนุ่ม ๆ เป็นข้าวบาสมาติของอินเดียที่หุงพร้อมกับถั่วเลนติล โดยใส่แซฟฟรอนที่ให้คุณค่าสารอาหารเยอะมาก

Indus_past_present_future_21
Chicken chettinad + podi sadam (tamil nadu)

Chapelle De Meyney, 2011, France, Grand Vin De Bordeaux / ไวน์แดง
ไวน์แดงชั้นยอดจากฝรั่งเศสฉลากนี้ ดีงาม ไม่โดนเครื่องเทศที่หนักขึ้นในอาหารจานท้าย ๆ กลบรสไวน์เลยจัดว่า ทีเด็ด

Indus_past_present_future_24
ไวน์แดงอีกฉลาก

Raan Sikandari (indus valley)
เนื้อขาแกะสโลว์ที่ผ่านการปรุง 7 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมแป้งโรตีและซอสโยเกิร์ต เมนูคอร์สใหม่ของร้านอินดัส ตัวเนื้อขาแกะรสเข้มข้นผ่านการหมักของเครื่องปรุงเครื่องเทศอย่างกระเทียม โยเกิร์ตไว้ 12-24 ชั่วโมง ทำให้เนื้อขาแกะมีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หอมเครื่องเทศ รสชาติจัดจ้านเมื่อกินคู่กับแป้งโรตีบางกรอบและซอสโยเกิร์ต ที่ให้ความนุ่มละมุนในรสชาติมากยิ่ง ๆ ขึ้น ฟินเลย

Indus_past_present_future_23
Raan Sikandari (indus valley)
Indus_past_present_future_25
เนื้อขาแกะ

Phirni (delhi)
ไรซ์พุดดิ้ง ตัวแทนจากนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย เป็นของหวานที่ปิดท้ายได้อย่างลงตัวที่สุดสำหรับมื้อนี้

Indus_past_present_future_27
Phirni (delhi)

Mango Malay (complimentary)
มะม่วงสุกในโคนกรุบกรอบ ประทับใจจริง ๆ ที่นำมะม่วงมลายูรสเปรี้ยวหวานหั่นชิ้นเต๋าใส่มาในโคน ก็อร่อยดีเพิ่มเติมความสดชื่นก่อนกลับบ้าน

Indus_past_present_future_28
Mango Malay (complimentary)

จบการชิมคอร์สนี้แล้วก็ต้องยกนิ้วให้กับ Indus ทุกเมนูทำอาหารออกมาได้อร่อยครบรสชาติเหมือนได้ท่องไปในประเทศอินเดียเลย ส่วนตัวแหม่มบอกเลยว่าอาหารอินเดียของที่นี่ทานง่ายมาก หากใครยังไม่เคยลองรับประทานอาหารอินเดียหรืออยากลองอาหารอินเดียวแล้วล่ะก็ต้องมาลองที่นี่สักครั้งเลย รับประกันว่าจะติดใจกับคอร์สเมนูใหม่ “past l present l future” ที่ดีงามและทานง่ายที่สุดแล้ว เมนูอื่นก็ง่ายค่ะ โดยสามารถลองลิ้มชิมรสกันได้ทุกวัน

 

เมนูใหม่มีตามนี้ค่ะ

7 Course ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 1,600++ บาท
สำหรับคอไวน์ มีให้เลือก Wine Pairing 4 ฉลาก เพิ่มราคาเพียง 1,200++ บาท
รวมทั้งสิ้น 2,800++ บาท

9 Course ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 1,800++ บาท
สำหรับคอไวน์ มีให้เลือก Wine Pairing 4 ฉลาก เพิ่มราคาเพียง 1,200++ บาท
รวมทั้งสิ้น 3,000++ บาท

**แต่หากจะชิมเฉพาะอาหารก็ได้ค่ะ**

Indus Menu_past_present_future_7 course
เมนู 7 course
Indus Menu_past_present_future_9 course
เมนู 9 course

Indus Restaurant สุขุมวิท 26
โทรศัพท์ 0-2258-4900
รอบเวลากลางวัน 11.30 – 14.30 น. และ รอบเวลาเย็น 18.00 น. – เที่ยงคืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองโต๊ะได้ที่
www.indusbangkok.com